Taobao system : ตอนที่ 39 มิตรภาพ

นิยายลงทุกวัน เวลา 6.00 น. ส่วนเรื่องไหน จำนวนกี่ตอนนั้น สามารถดูได้ ที่นี่

 TB : ตอนที่ 39 มิตรภาพ


"ลุงฮ่าว เชิญขึ้นรถ" หลังจากที่ชายคนนั้นรับการ์ดเชิญไปดูอย่างรอบคอบ เขาก็เปิดประตูลงมาจากรถแล้วยื่นบัตรการ์ดเชิญคืนให้กับฮ่าวฉางชิงอย่างสุภาพและจากนั้นก็ไปเปิดประตูที่นั่งด้านหลังเพื่อเชิญฮ่าวฉางชิงขึ้นรถ


"นี่คือเพื่อนของผมและเขาก็มากับผมด้วย" ฮ่าวฉางชิงชี้ไปที่เฉินหลง


"บัตรเชิญของคุณระบุไว้ว่าสามารถพาคนมาร่วมงานประมูลได้" ชายผู้นั้นดูไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย


บัตรเชิญซึ่งถูกส่งมาจากงานประมูลซึ่งแน่นอนว่าคนที่ถูกเชิญเข้าร่วมต้องเป็นที่ไว้ใจได้ สำหรับคนที่ถูกเชิญมาเข้าร่วมการประมูลผู้จัดงานจะต้องไม่มีความน่าสงสัยเพราะถ้างานประมูลถูกเปิดเผยความลับเรื่องการประมูล คนคนนั้นจะไม่มีโอกาศได้เข้าร่วมงานประมูลนี้ได้อีกตลอดไป


หลังจากที่เฉินหลงได้ขึ้นรถไป ชายคนนั้นก็สตาร์ทรถ


"พี่ชาย ลุงฮ่าวเพิ่งจะส่งข้อความไปไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงมารับได้เร็วขนาดนี้กัน มันอยู่ใกล้กับที่นี่หรอ?" เฉินหลงถามชายคนนั้นในรถ


"พวกเรามารอที่นี่เพื่อที่จะรอรับแขกของพวกเราครับ" ชายคนนั้นตอบกลับอย่างสุภาพ


"โอ้ ผมชื่อเฉินหลงนะครับ พี่ชายละ ชื่ออะไรละ?" เฉินหลงพูดต่อ


"ผมชื่อเล่ยหยงครับคุณเฉิน คุณเรียกผมว่าเล่ยจื่อหรือต้าหยงก็ได้ครับ" เล่ยหยงตอบขณะที่ขับรถ"คุณเฉิน ผมเป็นแค่คนขับรถ โปรดเรียกผมว่าเล่ยจื่อเถอะครับ มันดูไม่เหมาะและผมก็รู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่" ถึงแม้ว่าเฉินหลงจะเรียกเขาว่าพี่เล่ยและเล่ยหยงก็รู้สึกดีอยู่ในใจด้วยแต่มันจะดีกว่าถ้าให้เฉินหลงเรียกว่าเล่ยจื่อ(คนขับรถเล่ย)


"เสี่ยวเฉิน พวกเราเป็นแขกนะ อย่าทำให้เสี่ยวเล่ยเขาลำบากใจเลย" ฮ่าวฉางชิงพูด


ในไม่ช้า เฉินหลงก็ได้เรียนรู้คำพูดจากเล่ยหยงว่านอกจากจะเป็นคนขับรถแล้วเขายังมีสถานะที่จะติดต่อกับคนที่จะมาแข่งประมูลกันเอง รวบรวมของจากรายการที่ประมูลได้และจากนั้นก็รับค่าคอมมิชชั่นจากรายการที่ขายได้


ไม่ว่าสินค้าจะเป็นของแท้หรือของปลอมก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าไปยุ่ง การที่ซื้อของแท้มาได้มันก็ขึ้นอยู่กับทักษะของคุณ การที่ซื้อของปลอมมาได้นั้นก็เป็นเพราะสายตาที่ไม่ดีของคุณเอง


คนที่อยู่เบื้องหลังของเล่ยหยงมีนายจ้างผู้ทรงอิทธิพลอยู่แต่เล่ยหยงก็ไม่ได้พูดถึงสถานะของนายจ้างเขา


นอกจากสถานะของนายจ้างของเล่ยหยงแล้ว คนอื่นๆสามารถบอกเรื่องนี้กับเฉินหลงได้เพราะเล่ยหยงก็ไม่ได้ต้องการปิดบังอะไร เฉินหลงยังได้เรียนรู้อีกว่าสิ่งทที่สำคัญที่สุดในการประมูลครั้ง


นี้คือพวกกลุ่มโจรปล้นสุสานที่ได้ขโมยของจากสุสานสมัยราชวงศ์ถังซึ่งเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเป็นอย่างมาก แต่ของชิ้นไหนเป็นชิ้นพิเศษละ? เล่ยหยงจะเป็นคนขายพวกเขานิ


หลังจากที่ผ่านไปสามชั่วโมงกว่า ในที่สุดรถก็ได้มาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์พื้นที่ 5 เอเคอร์นอกเขตเฉิงตู


หลังจากที่ลงจากรถ เฉินหลงก็เห็นปอเช่ คาเยนอีกห้าคันที่มีสไตล์แบบเดียวกับที่เขานั่งมาจอดอยู่ด้านนอกซึ่งมันทำให้เฉินหลงอยากรู้เกี่ยวกับเล่ยหยงและเจ้าของงานประมูลเข้าไปอีก


"คุณเฉิน ที่นี่ยังมีคนขับรถอีกสิบสองคนเหมือนกับผม คุณเป็นแขกผู้มีเกียรติ แน่นอนว่าในฐานะเจ้าภาพ พวกเราจะไม่ละเลยคุณ" เมื่อเห็นท่าทีของเฉินหลง เล่ยหยงก็อธิบายด้วยรอยยิ้ม


"ว้าว เจ้านายคุณนี้เป็นคนร่ำรวยจริงๆ" เฉินหลงรู้สึกประหลาดใจ


ที่นี่มีคนขับรถ 12 คนและมีรถทั้งหมด 12 คันซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านหยวน พวกเขาจะใช้เพียงแค่เอาไปรับแขกเท่านั้น พวกเขาดูร่ำรวยและดูเอาแต่ใจเกินไป


เดิมทีเฉินหลงคิดว่าเขาก็พอมีเงินบ้างแต่ถ้าให้เทียบกับพวกเขาแล้วก็คงจะเทียบไม่ติด คนพวกนี้สามารถหิ้วเฉินหลงมาฆ่าได้ง่ายๆ


"แน่นอนครับ เอ่อให้ผมนำทางให้นะครับ" พูดจบ เล่ยหยงก็นำทางพวกเขา


ในไม่ช้า เล่ยหยงและเฉินหลงก็มาถึงคฤหาสน์หรู


"พี่หลง พี่ไทเกอร์ ท่านนี่คือฮ่าวฉางชิงหรือลุงฮ่าว และนี่เพื่อนของเขาชื่อว่า เฉินหลง" เล่ยหลงพูดกับการ์ดสองคนที่ดูและคฤหาสน์


"คุณฮ่าว โปรดแสดงบัตรเชิญด้วยครับ" ในหมู่พวกเขา ผู้ชายที่ชื่อหลงดูจริงจังมากที่สุด


อีกคนนึงคือพี่ไทเกอร์ที่กำลังถือเครื่องตรวจจับโลหะอยู่แล้วเขาก็ส่งสัญญาณให้เฉินหลงยกมือขึ้นเพื่อให้ความร่วมมือกับเขา


พวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบต่อความลอดภัยของคฤหาสน์ เพราะฉะนั้นทุกๆอย่างจะต้องทำอย่างจริงจัง


เมื่อเห็นว่าฮ่าวฉางชิงยื่นบัตรเชิญออกมาจากนั้นเขาก็บอกให้ลุงฮ่าวยกมือขึ้นและก็ทำแบบเดียวกับเฉินหลง


หลังจากที่ไทเกอรตรวจสอบเสร็จ เขาก็พยักหน้าให้เฉินหลงว่าเรียบร้อยแล้ว


"คุณฮ่าว คุณเฉิน พวกคุณทั้งสองคงเดินทางมาเหนื่อย เชิญเข้าไปพักได้ครับ" พี่หลงยื่นบัตรเชิญคนให้กับฮ่าวฉางชิงและพูดด้วยรอยยิ้ม


ฮ่าวฉางชิงพาเฉินหลงเข้าไปในคฤหาสน์ เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์ เฉินหลงก็มองไปที่ห้องโถง ที่นี่มีชายอยู่เจ็ดคน ผู้หญิงสามคนและอีกสิบคนที่กำลังนั่งอยู่


หนึ่งในพวกเขารู้จักกับฮ่าวฉางชิง และเมื่อเห็นว่าฮ่าวฉางชิงเข้ามา พวกเขาก็รีบลุกขึ้นไปทักทายฮ่าวฉางชิง


"ลุงฮ่าวมาถึงแล้ว ถ้ามีคุณอยู่ที่นี่ พวกเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะได้ซื้อของปลอมกลับไป" ชายวัยกลางคนอายุราว 40 ปี เขามีรูปร่างเพรียวบางและมีท่าทีที่ดูสุภาพพร้อมกับใบหน้าที่ดูอบอุ่นเดินตรงมาหาฮ่าวฉางชิง


"บอสสวี อย่าพูดอย่างนั้นเลย ถ้าใครมาได้ยินเข้า ผมเกรงว่าผมจะกลับมางานประมูลนี้ครั้งหน้าไม่ได้แล้วนะ" ฮ่าวฉางชิงพูดด้วยรอยยิ้ม


"ใช่แล้ว เถ้าแก่สวี ในการประมูลนี้พวกเราต่างมีทักษะของตัวเอง ถ้าพวกเราต้องพึ่งแต่เถ้าแก่ฮ่าว พวกเราอาจถูกหยามเอาได้นะ" ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งที่อายุราว 40 ปี รูปร่างของเขาอวบอ้วน มีใบหน้าที่ดูสดใสและดูเหมือนจะยิ้มอยู่ตลอดเวลาพูดกับเถ้าแก่สวี เมื่อฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว พวกเขาดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน


"เถ้าแก่จิ้น คุณยังได้รับอนุญาตให้พาหลิวจางหยวนมางานประมูลนี้ได้เลย แล้วทำไมผมถึงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถามคำแนะนำจากเถ้าแก่ฮ่าวได้เล่า? คุณจะอนุญาตให้แค่พวกเจ้าหน้าที่รัฐที่น่ารำคาญแค่นั้นหรอ แล้วยังจะมาดูถูกคนอื่นแบบนี้อีก" ชายสกุลสวีจ้องไปยังชายสกุลจิ้น


"ดูนายสิ อายุก็เกือบจะห้าสิบละ นายก็ยังคงน่ารำคาญและดูไร้ค่าเหมือนเดิม ที่นี่ยังมีของสวยๆงามๆอยู่นะ มองไปที่เธอสิ ฮุยผิงนะ นายไม่คิดว่าเธอสวยหรอ?" ชายสกุลจิ้นหันหน้าไปทางผู้หญิงอายุสี่สิบที่ดูมีเสน่ห์และได้รับการดูและอย่างดี


"นายทั้งสองคนอายุรวมกันก็ถึง 100 ปีแล้ว พวกนายนี้ยังจะทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอกันเลยจริงๆ อย่าให้รุ่นเด็กๆเห็นพวกนายเป็นตัวตลกสิ" เมียวฮุยผิงมองไปที่เพื่อนเก่าของเธอทั้งคู่อย่างปวดหัว ตั้งแต่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย สวีต้ากับจิ้นจินเหวินทั้งคู่เหมือนกับเข้าประตูพระเจ้าผิด พวกเขาไม่เคยตกลงกันได้เลย และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็เป็นคนที่เอาแต่ตามเมียวฮุยผิง


อย่างไรก็ตาม พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่เคยจีบเมียงฮุยผิงสำเร็จ เมียวฮุยผิงได้แต่งงานกับชายคนอื่นแทนและพวกเขาก็กลายเป็นคู่ปรับที่มีความสัมพันธ์ที่ดูแปลกๆ


พวกเขาทั้งคู่เริ่มต้นจากศูนย์จนมาถึงร้อยและเริ่มชื่นชมกันและกันมากขึ้น บางทีพวกเขาอาจมองว่าหัวใจต่างหากเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะมอง เวลาพวกเขาทั้งคู่เจอกันก็จะโบกมือให้กันจนหน้าแดง แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังคงกำหมัดในมือแน่นตอนที่พวกเขาตกลงกันไม่ได้


"ฮุยผิง ไม่ใช่เรื่องของเธอ เจ้าอ้วนจิ้นนี่เป็นคนเริ่มก่อน แล้วตอนนี้เขายังจะมายั่วฉันอีก ฉันเป็นสุภาพบุรุษนะ แน่นอนว่าฉันไม่รู้จักเขาดีเลย" สวีต้าคุยกับฮุยผิงอย่างสนุกปาก


 "เชอะ ใครมันจะไปเข้าใจแบบเดียวกับนายกัน? ฉันอ้วนแต่ฉันก็เป็นคนดีที่มีชื่อเสียง คุณควรจะรู้นะฮุยผิง" จิ้นจินเหวินมองสีต้าอย่างเหยียดหยาม จากนั้นก็ยิ้มให้เมียวฮุยผิงอย่างประจบ


เมื่อมองไปที่คนวัยกลางคนทั้งสามที่กำลังอยู่ด้วยกัน เฉินหลงก็ได้มีความรู้สึกชมชอบพวกเขาขึ้นมทันที


แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น